ฟังจากผู้ติดตาม Kílian ในการพิชิตเอเวอเรสต์

Seb Montaz เล่าถึงการตามติด Kílian Jornet ผู้ปีนเขาที่มีความสูงที่สุดในโลกถึงสองครั้งใน 1 สัปดาห์
Kílian Jornet พิชิตเขาเอเวอเรสต์
Kílian Jornet พิชิตเขาเอเวอเรสต์ © Kilian Jornet
By Red Bull

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Sébastien Montaz นักถ่ายทำภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศสได้มีโอกาสติดตามนักวิ่ง Ultra-run ชาวสเปน Kílian Jornet ขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอเรสต์ถึงสองครั้งในเวลา 1 สัปดาห์ โดยไม่ได้หอบเอาออกซิเจนขึ้นไปใช้ด้วย

ถ้าการวิ่งทำเวลาระยะยาวคือความสำเร็จ การเก็บภาพเบื้องหลังคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ติดตาม เราได้คว้าตัว Sébastien มาสัมภาษณ์เพื่อค้นหาคำตอบว่าเขารู้สึกยังไงกับการที่ได้ถ่ายทำภาพยนตร์บนภูเขาที่สูงที่สุดในโลก

อะไรคืออุปสรรคระหว่างการเดินทางสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ที่คุณได้พบขณะเดินทางไปพร้อมๆ กับ Kílian?

การเดินทางทั้ง 2 ครั้ง (วันที่ 21 พ.ค. และ 27 พ.ค.) นั้นอากาศค่อนข้างไม่เป็นใจ เราคิดว่าจะไม่มีลมแรง แต่ผลพยากรณ์อากาศนั้นไม่เป็นไปตามที่คาด เพราะมันเต็มไปด้วยเมฆทึบและลมแรงมากถึง 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง และนี่เป็นผลลัพธ์ที่ Kílian ใช้เวลาการปีนไปบนยอดเขานานกว่าที่วางแผนไว้

รู้สึกยังไงที่ได้ถ่ายทำภาพยนตร์บนความสูงระดับนั้น?

มันท้าทายมาก เพราะร่างกายของเราต้องปรับตัวให้เข้ากับแรงกดอากาศ บวกกับออกซิเจนที่เหลือแค่ 30 เปอร์เซนต์นั้น ทำให้กล้ามเนื้อและสมองของเราทำงานช้าลง จุดนี้เป็นส่วนยากที่สุด ผมต้องบังคับร่างกายให้ถ่ายทำต่อให้เสร็จ คุณจะต้องหาจุดต่างๆ ที่น่าสนใจและถ่ายรูปไว้เพื่อนำมาทำคอนเทนต์ต่อในขณะที่คุณกำลังต่อสู้กับตัวเอง แต่เอาจริงแล้วต้องขอบคุณอุปกรณ์ของพวกเราด้วย ที่ไม่เล่นตลกเวลาถ่าย จนในที่สุดทำให้เราได้ประสบการณ์ดีๆ อย่างที่พวกคุณได้เห็นกัน

และนี่คือผลงานของ Kílian Jornet หลังจากที่ได้พิชิตเขาเอเวอเรสต์

คุณไปติดตาม Kílian ได้อย่างไร?

ผมไม่ได้ตามติด Kílian และไม่มีใครติดตาม Kílian ด้วย (อมยิ้ม) ผมแค่นำหน้าเขาด้วยการออกเดินทางล่วงหน้า วางแผนว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามจุดต่างๆ บ้าง แล้วต้องพยายามไม่รบกวนตอนเขาเดินทางและเขาต้องไม่รอผมเลยด้วย

ส่วนใหญ่ เราจะพบกันที่ยอดเขา ต้องบอกว่า Kílian เป็นคนที่ตรงเวลามาก เขามาถึงในนาทีที่เราคิดว่าเขาจะต้องถึง ผมไม่ได้ต้องการถ่ายจากด้านบนของเขาเอเวอเรสต์ แต่ที่ความสูง 7,200 เมตรอยู่ในจุดที่น้ำแข็งเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันสวยมาก ผมเอาโดรนติดตัวไปด้วย โดยที่มันไม่สามารถบินบนความสูงกว่า 5,000 เมตรได้ แต่ท้ายสุดกลับทำได้ถึง 7,000 เมตร!

เล่าถึงความรู้สึกเหนื่อยยากให้ฟังหน่อย?

ความรู้สึกเหนื่อยไม่ได้มาจากการที่ Kílian ได้ไปถึงยอดเขา หรือเวลาที่ผมเก็บภาพสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจ แต่เกิดจากการรอคอย... เราไม่คิดว่าจะใช้เวลาไปให้ถึงจุดสูงสุดนานขนาดนั้น โดยปกติเขาจะเป็นคนที่ตรงเวลาและรู้ว่าเวลาไหนเขาจะมาถึง ครั้งแรกที่เราออกเดินทางบนความสูง 8,000 เมตร Kílian เกิดอาการปวดท้องและเขาต้องหยุดทุกๆ 10 เมตร เขาใช้เวลา 12 ชั่วโมงในความมืดแบบไร้ออกซิเจนท่ามกลางอากาศที่แปรปรวน นั่นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดและผมก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนั้นเขาเป็นยังไง เพราะผมมองเขาไม่เห็นจาก Base Camp  พวกเราต้องจัดการความกลัว พร้อมๆ กับเพื่อนและทีมงานชาวสเปนของเขา

เมื่อ 5 ปีก่อน Kílian ได้เริ่มโปรเจกต์ Summits Of My Life โดยจุดมุ่งหมายคือการไปให้ถึงยอดเขาในหนึ่งวัน

สุดท้าย คุณไปถึงยอดเขาไหม?

ไม่ ผมไปไม่ถึง แต่ผมไม่เสียใจและไม่แปลกใจด้วย ผมไม่ได้ไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ผมรู้ว่ามันต้องใช้พลังและเตรียมพร้อมร่างกายโดยไม่มีออกซิเจน มันแค่เป็นไปไม่ได้ที่จะทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน การที่จะทำคอนเทนต์ที่ดีออกมาได้คุณต้องไปในที่ๆคุณไม่ต้องปีนป่าย ถึงยังไงการที่ได้ถ่ายทอดผลงานจากการที่ได้ปีนเขาด้วยสูงถึง 8,000 เมตรนั้น เป็นสิ่งยอดเยี่ยมมากพอแล้ว เพราะผมได้มีโอกาสถ่ายภาพบนความสูงระฟ้าอีกด้วย

คุณและ Kílian ได้วางแผนที่จะเดินทางกลับมาที่นี่ในอนาคตอีกไหม?

ปีนี้เป็นครั้งที่สามที่เราไปที่เอเวอเรสต์และเป็นครั้งแรกของ Kílian ที่ไปได้ถึง ยอดเขา ถ้าพูดเรื่องการเตรียมพร้อมเขาไปได้ไม่เร็วอย่างที่คิดไว้ ทั้งๆที่ Kílian นั้นไปได้เร็วกว่านี้ถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่นั่นไม่ใช่จุดหมายของเขา เขาแค่ต้องการเข้าใจและเรียนรู้ว่าร่างกายของมนุษย์ปรับตัวยังไงในแรงกดอากาศที่สูงอย่างนั้น ผมคิดว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผู้ชายตัวเล็กๆ จะมาเยือนเทือกเขาหิมาลัยอย่างแน่นอน...

read more about
Next Story