เพลง drum 'n' bass เกิดขึ้นในอังกฤษยุค 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่วัฒนธรรม rave กำลังมา โดย drum 'n' bass ได้แตกเป็นแนวเพลงต่างๆ ออกมามากมาย สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับดนตรีแนวนี้ คงยากที่จะแยกแนวเพลงย่อยออก แต่ไม่ต้องกังวล เพราะบทความนี้จะช่วยคุณในการจับแนวของแต่ละเพลงได้
Autonomic sound
เป็นช่วงสั้นๆในเพลง drum 'n' bass ซึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นใน podcast ของโปรดิวเซอร์ dBridge และ Instra:mental และ FABRICLIVE50 ก็ได้มิกซ์เพลงแนวนี้เช่นกัน เพลงแนวนี้จะได้รับอิทธิพลของ electronic และใช้บีทน้อย ซึ่งเป็นการเปิดดินแดนใหม่ของเพลง drum 'n' bass เลยทีเดียว
ตัวอย่างเพลง: dBridge and Instra:mental featuring Skream – Acacia Avenue
The Brazilian sound (aka Sambass)
เมื่อ drum 'n' bass เกิดติดอยู่กับที่ในช่วงปี 2000 กลุ่มนักดนตรีชาว Brazillian จึงนำเพลง drum 'n' bass กลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดย DJ Marky, Patife, Bungle, L-Side, S.P.Y และ XRS ได้นำแนวเพลง drum 'n' bass มาผสมผสานกับเพลงแซมบ้าแบบบราซิลและเพลงโซลโดยไม่เหลือเค้าเพลงเดิม ทำให้ดีเจเหล่านี้กลับมามีชื่อติดชาร์ตในปี 2002
ตัวอย่างเพลง: Fernanda Porto – Sambassim (DJ Patife remix)
Breakcore
เพลง breakcore เป็นแนวเพลงที่ออกจะไม่เหมือนแนว drum 'n' bass ซักเท่าไหร่นัก เพราะมันออกไปทาง electronic ที่เป็นนามธรรมซะมากกว่า ศิลปินที่ทำแนวนี้ เช่น Shitmat, Kid606, Venetian Snares และ DJ Scotch Egg ก็พยายามทำให้เสียงของดนตรีแนวนี้ออกมาประหลาดหลุดโลก
ตัวอย่างเพลง: Kid606 – Who Wah Kill Sound?
Darkcore
ตามลำดับแล้วจังหวะดนตรี darkcore จะอยู่ระหว่าง hardcore rave ที่ฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม กับ jungle หนักๆ darkcore ถือเป็นแม่พิมพ์ยุคแรกๆ ของ drum 'n' bass ด้วยความแปรปรวนในอารมณ์ของเพลง และบีทถี่ๆ โดย Goldie, 4Hero และ DJ Crystl เป็นคนที่ทำเพลงแนว darkcore
ตัวอย่างเพลง: Rufige Crew – Terminator
Halftime
หรือที่รู้จักกันในแนว drumstep จริงๆ แล้วแนวเพลงนี้อยู่ตรงกลางระหว่าง tempo กับ hip-hop แต่ยังมี bass และ electronic เร็วๆ แทรกอยู่ โดยดีเจที่ทำเพลงแนวนี้คือ Om Unit, Dub Phizix, Fracture, Moresounds, Kromestar และ Ivy Lab นอกจากนี้ halftime ยังมีอิทธิพลจากแนว dubstep และ trap แต่ยังมีความ breakbeat และความเป็น drum 'n' bass เหมือนเดิม
ตัวอย่างเพลง: Dub Phizix And Skeptical featuring Strategy – Marka
Intelligent
เสียง ambient และชวนฝันไปจนถึงเสียงแบบ drum 'n' bass แนวเพลง intelligent เกิดขึ้นโดย LTJ Bukem และศิลปินในค่ายของเขาที่มีชื่อว่า Good Looking Records โดยได้รับอิทธิพลมาจาก Detroit techno และ UK house แนว intelligent หรือที่เรียกว่า artcore เป็นส่วนผสมของดนตรี breakbeat กับเสียงเบสอุ่นๆ และบรรยากาศที่ดูล่องลอย ท่วงทำนองของดนตรีแล้วนี้ก็ก่อใให้เกิดบรรยากาศใหม่ๆในแวดวงดนตรี drum 'n' bass เช่นกัน
ตัวอย่างเพลง: LTJ Bukem – Horizons
Jump-up
Jump-up เป็นแนวเพลงดิบๆ ที่น่าจะอยู่แต่ในฟลอร์เต้นรำเท่านั้น มันเป็นการรวมบีทเต้นกับริฟฟ์เบส electronics ดุๆ ซึ่งมีจังหวะที่เร็วและสนุกสนาน แนวนี้ส่วนมากจะโดนดูถูกโดยพวกที่นิยม drum 'n' bass แบบบริสุทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม แชมป์ดีเจอย่าง DJ Hype และ Twisted Individual ก็เล่นเพลงแนวนี้ ปัจจุบัน ศิลปินนิวเวฟอย่าง Turno และ Voltage ก็นำเพลงแนวนี้กลับมาเล่นอีกครั้ง
ตัวอย่างเพลง: Turno – The Invaderz
Jungle
Jungle เป็นบรรพบุรุษของดนตรี drum 'n' bass และเป็นแนวดนตรีที่มีความไม่เหมือนใครมาตลอดในบรรดาดนตรี electronic ของอังกฤษ เป็นการรวมกันของเสียงเบสหนักๆ และเอฟเฟ็กต์เสียงเรกเก้ รวมไปถึงการใช้เครื่องดนตรีอย่าง ambient pad เพื่อเพิ่มให้เสียงหวานมากขึ้น
ตัวอย่างเพลง: Leviticus – Burial
Liquid
liquid มีความโดดเด่นที่บีทชัดเจน ริฟฟ์แบบฟังค์ ได้อิทธิพลจากดนตรีแนว house ใช้ คีบอร์ด Rhodes และแซมเปิ้ลเพลงแจ๊สเป็นส่วนประกอบ เกิดขึ้นครั้งแรกโดยศิลปินที่ชื่อว่า Alex Reece และ Wax Doctor ซึ่งต่อมาเขาได้สังกัดค่ายของ Fabio คือ Creative Source label และต่อมาแนวนี้เป็นที่นิยมเพราะอัลบั้มของ High Contrast ที่ชื่อว่า True Colours สังกัดค่าย Hospital Records โดย Marcus Intalex และ โปรดิวเซอร์ชาวไอริช Calibre ซึ่งค่าย hospital ได้ทำให้แนวเพลงนี้มีทางที่ชัดเจนมากขึ้น
ตัวอย่างเพลง: Marcus Intalex And ST Files – Universe
Neurofunk
Neurofunk เป็นแนวเพลงแบบ android dance music อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการทดลองทำเพลงแบบแนว dystopian ค่ายที่ทำเพลงแนวนี้คือ Critical และ Eatbrain ส่วนศิลปินเช่น Noisia, Phace และ Current Value ซึ่งแนวเพลงนี้เป็นที่นิยมสำหรับชาว cyber goth เช่นกัน
ตัวอย่างเพลง: Phace And Current Value – Wild Thing
Techstep
ในครึ่งปีหลังของยุค 90 drum 'n' bass มีส่วนแบ่งในธุรกิจดนตรีมากขึ้น ศิลปินอย่าง Goldie, Roni Size และ Photek มีชื่อเสียงมากขึ้น แต่แนวเพลง techstep ยังคงเป็นเพลงใต้ดินที่แข็งแรง ที่หลบหนีทำนองเพลงที่มีลักษณะประสานกันและนำเสียงสังเคราะห์แบบหุ่นยนต์และ techno ขึ้นมามีอิทธิพล ด้วยการจัดบีทที่เป็นหมวดหมู่และรูปแบบที่มืดหม่น ทำให้ drum 'n' bass ในทิศทางใหม่ถูกสร้างขึ้นโดย Ed Rush And Optical, Bad Company และ Doc Scott เพลงแนวนี้จึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ และเกิดประเภทของเพลงแยกขึ้นมาซึ่งมีบีทที่หนักกว่าเดิม คือ skullstep
ตัวอย่างเพลง: Bad Company – The Nine