Jaan Roose นักผจญภัยผู้กล้าหาญได้ตั้งเป้าที่จะพิชิตสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน: การเดินข้ามช่องแคบเมสซีนา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างเกาะซิซิลีและแผ่นดินใหญ่ของอิตาลี บนสแลคไลน์ที่บางเพียง 1.9 ซม. สำหรับความสำเร็จนี้ ชาวเอสโตเนียวัย 32 ปีต้องครอบคลุมระยะทางกว่า 3,640 เมตร ในระหว่างทาง เขาได้ทำลายสถิติการเดินสแลคไลน์ที่ยาวที่สุดก่อนหน้านี้ที่ 2,710 เมตร แต่ไม่สามารถสร้างสถิติโลกใหม่ได้ เนื่องจากเขาตกจากสแลคไลน์เพียงไม่กี่เมตรก่อนถึงเส้นชัย
รับชมความท้าทายข้ามช่องแคบเมสซีนาตั้งแต่การวางแผนจนถึงช่วงเวลาสุดตื่นเต้นในภาพยนตร์สั้น Life on the Line on Red Bull TV:
26นาที
Jaan Roose: Life on the Line
Slackliner Jaan Roose reflects on life as he plans a world record tightrope walk across the Strait of Messina.
เป็นเวลาสามชั่วโมงที่ Jaan Roose ได้แสดงทักษะ สมาธิ และการทรงตัวที่น่าทึ่ง ทำให้เกิดความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาเริ่มต้นที่ Santa Trada, Calabria และสิ้นสุดที่ Torre Faro, Sicily ทำให้การข้ามครั้งนี้เป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ระยะทางที่ยาวนาน สภาพอากาศที่ยากลำบาก และอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มความท้าทายให้กับเขา
ทำไม Jaan Roose ถึงเลือกที่นี่ ?
ช่องแคบเมสซีนาเป็นช่องแคบแคบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แบ่งแยกภูมิภาคคาลาเบรียของอิตาลีออกจากเกาะซิซิลี เป็นเวลาหลายศตวรรษที่แนวคิดในการข้ามช่องแคบนี้ดูเหมือนเป็นตำนาน เช่นเดียวกับที่อธิบายไว้ในผลงานของโฮเมอร์เรื่อง The Odyssey ซึ่งมีสัตว์ประหลาดทะเลสร้างวังน้ำวนที่อันตรายในน่านน้ำเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม Roose มุ่งมั่นที่จะทำให้ความฝันนี้เป็นจริงด้วยการเดินสแลคไลน์ระหว่างโครงสร้างเหล็กที่เป็นสัญลักษณ์สองแห่ง คือ Pylons of Messina บนสแลคไลน์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ "ช่องแคบนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมย้อนกลับไปหลายพันปี" Roose อธิบาย "เมื่อรวมกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและกระแสน้ำทะเลที่แรง มันมอบโอกาสที่ไม่เหมือนใครและมีความหมายในการผลักดันขีดจำกัดของการเดินสแลคไลน์"
สแลคไลน์ติดตั้งได้อย่างไร ?
สแลคไลน์ถูกขึงระหว่างเสาไฟฟ้าเก่าที่มีความสูงต่างกัน ต้องการความแม่นยำอย่างยิ่ง ทีมงานแปดคน รวมถึง Roose ได้ติดตั้งมันด้วยความพิถีพิถัน กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์ที่บรรทุกเชือคนำทางเพื่อชี้นำสแลคไลน์ไปยังที่ตั้ง ทำให้เป็นสแลคไลน์ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ จากนั้นเส้นถูกดึงให้ตึงโดยใช้ระบบกว้านที่สร้างขึ้นเฉพาะ
ในวันที่ข้าม Roose เริ่มต้นด้วยการปีนหอคอยสูง 265 เมตรบนแผ่นดินใหญ่ของอิตาลี จากนั้นเขาเริ่มการเดินทางบนสแลคไลน์ โดยเริ่มจากการลงไปจนถึงจุดต่ำสุด ซึ่งอยู่สูงจากน้ำ 100 เมตร ในขั้นตอนสุด
ทำไมสถิติโลกจึงไม่ถูกบันทึก ?
เพียง 80 เมตรก่อนถึงเส้นชัย Roose ตกจากสแลคไลน์ แม้ว่าเขาจะเดินได้ระยะทางที่มากกว่าสถิติโลกเดิมที่ 2,710 เมตร แต่กฎของกีฬาประเภทนี้กำหนดว่าการข้ามเส้นทางต้องสำเร็จโดยไม่ตกจากสแลคไลน์ เพื่อให้การสร้างสถิติใหม่ถูกต้อง ดังนั้น การตกจากสแลคไลน์ในช่วงสุดท้ายทำให้สถิติใหม่ที่น่าทึ่งของเขาไม่สามารถถูกนับเป็นสถิติโลกได้
ตำนานแห่งสแลคไลน์ตัวจริง
ความสำเร็จของ Roose ในการเดินบนสแลคไลน์ข้ามช่องแคบเมสซีนาเป็นระยะทาง 3.6 กม. ไม่ใช่แค่ก้าวสำคัญของวงการกีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น แม้ว่า Roose จะตกจากสแลคไลน์หลังจากเดินมาเกือบสามชั่วโมงและอยู่ใกล้สถิติโลกเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถรวบรวมพลังใจเพื่อเดินต่อไป
Roose ลุกขึ้นมาอีกครั้งและเดินต่อไปจนถึงเสาอีกฝั่ง กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถข้ามช่องแคบเมสซีนาบนสแลคไลน์ได้สำเร็จ
"ผมรู้สึก ‘jaantastic’ มีความสุขมาก แม้จะเหนื่อยและหมดแรงเล็กน้อย..." เขากล่าวเมื่อถึงเส้นชัย "ผมสร้างประวัติศาสตร์" Roose กล่าวเสริม "ผมเดินข้ามช่องแคบเมสซีนาเป็นระยะทาง 3.6 กม."
"มันเป็นการเดินที่ยาวนาน เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดคิดตั้งแต่ต้นจนจบ ผมเจออุปสรรคบางอย่าง แต่สภาพอากาศดีมาก ผมคาดหวังว่าจะมีลมมากกว่านี้เสียอีก"
01
ใครคือ Jaan Roose?
Jaan Roose นักสแลคไลน์วัย 32 ปีจากเอสโตเนีย เป็นแชมป์โลกสแลคไลน์ 3 สมัย และเป็นนักกีฬาคนแรกและคนเดียวที่สามารถทำดับเบิ้ลแบ็คฟลิปบนสแลคไลน์ได้
Roose ยังเป็นเจ้าของสถิติโลกมากมาย และเป็นผู้ทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในวงการสแลคไลน์ ความสามารถของเขายังทำให้เขาได้รับบทเป็นสตันท์แมนในภาพยนตร์ฮอลลีวูด เช่น Assassin's Creed และร่วมแสดงในทัวร์คอนเสิร์ต MDNA World Tour ของ Madonna นอกจากการแข่งขันแล้ว Roose ยังรักการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสดงทักษะอันน่าทึ่งของเขา
ติดตามการผจญภัยสแลคไลน์ล่าสุดของเขาได้ที่นี่ slacklining adventures here.
02
เขามีวิธีโฟกัสบนสแลคไลน์อย่างไร ?
Roose สามารถรักษาสมาธิได้ดีขณะเล่นสแลคไลน์ด้วยความสามารถพิเศษในการจดจ่อขั้นสูงสุด เมื่อเขาโฟกัสไปที่สแลคไลน์ เขาจะเข้าสู่สภาวะจดจ่อจนสามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างออกไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ เสียงจากโรงงาน หรือเสียงลม ซึ่งช่วยให้เขารักษาสมดุลและสมาธิได้ดีอย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการจดจ่อมากเกินไปอาจเป็นข้อเสียได้ โดยเฉพาะเมื่อเล่นไฮไลน์ (highlining) เพราะเขาจำเป็นต้องมีสติและรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว
Roose อธิบายว่าการจดจ่ออยู่กับเส้นสแลคไลน์เพียงอย่างเดียวอาจเป็นอันตราย เพราะเขาอาจพลาดสัญญาณสำคัญ เช่น โดรนที่อยู่ใกล้ๆ หรือฝูงนก เพื่อจัดการกับเรื่องนี้ เขาจะเปลี่ยนจุดโฟกัสของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ปรับสมดุลระหว่างการมองเส้นสแลคไลน์และการรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว ในสถานการณ์ที่ท้าทาย เขาใช้เทคนิคการควบคุมลมหายใจเพื่อทำให้ตัวเองสงบและเพิ่มสมาธิ
Part of this story