Games

10 ฮีโร่ Dota 2 ที่เราทั้งรักทั้งเกลียด

หลังจากใช้เวลาเพื่อค้นคว้า เราพบแล้วว่าเกม Dota 2 นั้นมีรายชื่อฮีโร่ตัวไหนบ้างที่ผู้เล่นเกลียดนักหนา
เขียนโดย Ollie Ring
2 min readPublished on
ฮีโร่ตัวไหนใน Dota2 ที่ทำให้คุณหัวร้อนได้บ้าง?
ฮีโร่ตัวไหนใน Dota2 ที่ทำให้คุณหัวร้อนได้บ้าง?
หลังจากที่กดค้นหาห้อง และเข้าสู่เกม Dota 2 แล้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างคาดหวังว่าเกมจะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ความจริงนั้นช่างโหดร้าย เพราะเราคงไม่อยากเจอกับผู้เล่นฮีโร่เทพๆ อย่าง Troll Warlord ที่มีความสามารถด้านการดันป้อมอย่างรวดเร็ว หรือ Bloodseeker ที่มี TP scroll หรือสกิล Ultimate ที่สร้างความสะพรึงให้ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี
ถ้าเป็นเราคงเซ็งน่าดู เมื่อต้องเจอเกมที่ทำให้แทบไม่มีบทบาทและเสียเวลาเล่นไปกว่า 40 นาที แถมยังลดค่า MMR ของตัวเองไปด้วย
ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมามากแค่ไหน แต่เสน่ห์ของเกมนี้ยังคงท้าทายเหล่าผู้กล้าในแต่ละเกม เราจะต้องพบเจอกับอะไร งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเหล่าฮีโร่ 10 อันดับแรกที่เมื่อต้องพบต้องปวดตับขมับแตกกันบ้าง
10. Underlord
Underlord
Underlord
หลังหายหน้าหายตาไปนาน Underlord จากวงการเหล่าผู้เล่นมือโปรทั้งหลาย ตอนนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับความสามารถที่ปรับปรุงใหม่หลายด้าน รวมไปถึงสถิติการเอาชนะได้ถึง 57.3 เปอร์เซ็นต์ในตำแหน่งของฮีโร่สายแทงค์ และหลุมมรณะขนาดยักษ์เป็นเวลา 12 วินาที
เมื่อเราก้าวเข้าหลุมนี้ครั้งแรกจะถูกจับไว้เป็นระยะเวลา 1.8 วินาที และเหยียบไปอีกครั้งเราก็จะโดนจับซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งเมื่อใช้งานร่วมกับสกิล Rod of Atos สกิลที่ใช้ในการจับนั้นจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วการแยกอีกทีมออกจากพื้นที่ตรงนั้นล่ะ? ถ้านี่เป็นไอเดียที่ดีแล้วลองคิดดูดีๆ ว่า Underlord ยังเหลือหมัดเด็ดอย่าง Dark Rift ที่จะช่วยคนในทีมของเขาวาร์ปไปยังจุดที่ปลอดภัยได้ และยกเลิกความสามารถนี้ไม่ได้
9. Doom
Doom
Doom
Doom กับคฑาฟ้า Aghanim's Scepte สุดแกร่งที่จะถูกสาปทำให้ไม่สามารถใช้สกิลใดได้เลยจนกว่าจะตาย ถือว่าถ้าฮีโร่ตัวไหนโชคร้ายแล้วโดนสกิลของ Doom เข้าไปก็จะต้องอยู่อย่างไรตัวตน ต้องคอยหลบคนของเธอ เห้ย! ไม่ใช่ถ้าโดนเข้าไปแล้วจะเหมือนโดนลบออกจากเกมไปประมาณ 2 นาทีครึ่งเลยทีเดียว
8. Invoker
Invoker
Invoker
เจ้าตัวนี้สกิล CC มากมาย รวมไปถึงความสามารถด้านการสร้างความเสียหายทางเวทมนตร์ได้อย่างรุนแรงเพียงแค่เราคลิกขวาเท่านั้น หากมี Invoker อยู่ในทีมแล้วมั่นใจหายห่วงได้เลยว่า จะได้เห็นสกิลแบบอลังการดาวล้านดวงอย่าง Sunstrike และ Cold Snap ชนิดที่ว่าเปรี้ยงปร้างเต็มสนาม แถมยังป่วนอีกฝั่งด้วยสกิลอย่าง Tornado, EMP, Chaos Meteor และ Deafening Blast ได้อย่างลงตัว (เมื่อมีไอเทมอย่าง Refresher Orb แล้ว) ด้วยคูลดาวน์ของสกิล Tornado อันน้อยนิดเมื่อช่วงเลเวล 25 ก็ค่อนข้างยากที่จะรับมือกับสกิลสุดป่วนเหล่านี้
7. Outworld Devourer
Outworld Devourer
Outworld Devourer
สำหรับฮีโร่ในเลนกลางนั้นจะค่อนข้างประสบปัญหาในการเดินเก็บ Rune ต่างๆ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อเจ้า Outworld Devourer นั้นพกไอเทมสามัญประจำบ้านอย่าง Tangos 2 ชิ้น และ Healing Salve ติดตัวไป พร้อมที่จะแลกสกิลแบบหมัดต่อหมัดในเลนกลางอย่างแน่นอน
ในตอนแรกนั้นเหมือนจะชิวจนกระทั่งในช่วงเลเวล 7 ที่ปลดลอคความสามารถของสกิลอย่าง Astral Imprisonment ที่ทำการขังเป้าหมายได้เป็นระยะเวลา 4 วินาที และมีคูลดาวน์เพียง 10 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังฟื้นฟูมานาของตัวเองได้อีกถึง 40% บอกเลยว่าน่ารำคาญยังไม่พอ เพราะมีความสามารถด้านการสร้างความเสียหายทางเวทมนตร์อีก 325 หน่วยให้กับเป้าหมายที่ถูกสกิลและอยู่ในพื้นที่นั้นด้วย
6. Viper
Viper
Viper
“เมื่อก่อนเราเคยสนุกกับการเล่นเกม แต่ตอนนี้ไม่เลย” นี่คือคำพูดของคอเกมที่เลือก Viper มาเล่นเมื่อปี 2016 ตัวละคร Viper นั้นค่อนข้างเหมือนกับ Razor และ Outworld Devourer ที่มีความสามารถด้านการคุมเลนได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีสกิล AOE เลย นอกจากความสามารถจากสกิล Corrosive Skin ที่สร้างความเสียหายแก่เป้าหมายที่โจมตีเข้ามา
นอกจากนี้ยังมีความสามารถเกี่ยวกับการลดความเร็วด้านการโจมตีและเคลื่อนที่ ทั้งยังมีโบนัสการสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเข้ามาเมื่อเหลือพลังชีวิตต่ำ ขอบอกเลยว่าเป็นฮีโร่ที่แสนจะทำให้เราหงุดหงิดหัวใจได้พอตัวเลย
5. Naga Siren
Naga Siren
Naga Siren
อีกหนึ่งฮีโร่ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลใน Dota 2 ซึ่งมีเพียงผู้เล่น Naga เท่านั้นที่จะสนุกเมื่อได้เลือก Naga ในเกม ฝ่ายตรงข้ามคงทำได้แค่มองตาแคมป์ต่างๆ รวมไปถึงเหล่าครีพ และทาวเวอร์ที่จะค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ ซึ่งจะเจ็บใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ตัวว่าต้องสู้อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยการสาดสกิลหมดหน้าตักไปกับร่างปลอมที่อยู่ในเลน ยิ่งถ้ามีไอเทมช่วยเหลืออย่าง Octarine Core, Radiance และ Heart/Butterfly ล่ะก็ร่างเดียวก็เฉี่ยวได้
ถ้าเราได้ Naga มาอยู่ในทีมจะแบ่งออกเป็น 2 สายด้วยกัน ในสายแรกนั้น Naga จะพกไอเทมอย่าง Boots of Travel และ Radiance หลังจากนาทีที่ 28 จะพร้อมแบกทีมไว้บนบ่า ส่วนในสายที่สองนั้นจะไม่ค่อยเน้นฟาร์ม แต่ร่างกายต้องการการปะทะเสียส่วนใหญ่
4. Bristleback
Bristleback
Bristleback
เป็นภาพที่ค่อนข้างชินตาสำหรับฮีโร่ตัวนี้ที่เหล่าผู้เล่นแถวหน้านั้นนิยมเลือกมาใช้งานบ่อยครั้ง ด้วยสองสกิลสุดป่วนอย่าง Quill Spray ที่สะบัดขนได้รัวๆ จนสร้างความน่ารำคาญได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงสกิล Ultimate ที่ช่วยเพิ่มความสามารถการสร้างความเสียหายได้ และลดการเกิดความเสียหายจากการโจมตีจากด้านหลังลงอีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการไล่ Bristleback นั้นอาจทำให้ผู้ถูกล่า กลายเป็นผู้ล่าก็ได้นะ
3. Riki
Riki
Riki
สำหรับผู้เล่นมือใหม่คงไม่รู้ว่ามีไอเทมที่ช่วยเผยตัวเจ้า Riki ได้ หากเจอฮีโร่ตัวนี้คุณจะโดนเคี้ยวเป็นหมูแน่นอน สำหรับผู้เล่นระดับสูงนั้นจะค่อนข้างระแวดระวังการหาไอเทมเพื่อตามหาตัวเจ้า Riki รอบตัวอย่างรอบคอบ เพราะถ้าปล่อยให้เดินลอยหน้าลอยตาอย่างง่ายดาย ทรัพยากรภายในทีมก็จะหายเรียบทำให้เสียเปรียบแบบไม่ทันตั้งตัว
ถึงแม้จะมีไอเทมติดตัวอย่าง Dust of Appearance ก็คงไม่พอ ดังนั้น ย่อง จ้อง ฆ่า จึงเป็นคำนิยามสำหรับฮีโร่ที่ปั่นป่วนตัวนี้ได้อย่างดี
2. Silencer
Silencer
Silencer
จะเป็นยังไงถ้าเราไปงานตื๊ดอบบ EDM แล้วพอถึงช่วงกำลังจะมันสุดนั้นเกิดเปลี่ยนเพลงไปซะงั้น? ลองคิดสภาพว่าแผ่นเสียงที่สะดุดถี่ดูสิ นี่แหละสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมี Silencer ในเกม
สำหรับสาวก Dota นั้นคงสนุกกับการใช้งานสกิลต่างๆ ตัวอย่างเช่น Enigma ที่ไม่ค่อยอยากซื้อไอเทมอย่าง Black King Bar แต่ก็ต้องพกเพื่อป้องกันการขัดจังหวะด้านการร่ายสกิลจากทุกหนแห่ง นี่ยังไม่พูดถึงความสามารถการขโมย INT และลดความเร็วด้านการเคลื่อนที่ขณะที่เป้าหมายมีการใช้สกิลด้วย
1. Techies
Techies
Techies
หลายคนมองว่าเจ้าสามพี่น้องจอมเกรียนขึ้นแท่นอันดับหนึ่งได้ยังไงกัน ลองคิดดูว่าจะมีฮีโร่ตัวไหนที่เกรียนสุดพลัง และแสนเจ้าเล่ห์เพราะหลอกหล่อฝ่ายตรงข้ามให้ติดกับดักระเบิดที่วางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ จากมุมไหนของแผนที่ก็ได้ เพียงกดรีโมทครั้งเดียว นอกจากนี้เจ้า Techies ยังมีสกิล Blast Off ! ที่วิ่งเข้าไประเบิดพลีชีพฆ่าเป้าหมายได้ตั้งแต่ต้นเกม
สำหรับโหมด Captain ก็ค่อนข้างเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีลูกเล่นมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีเสียงการแจ้งเตือนเมื่ออยู่ใกล้ๆ กับกองระเบิด Proximity Mine แต่มันก็คงจะสายเกินไป
ถ้าหากเคยสัมผัส Bloodseeker และ Techies มาแล้ว การใช้งานร่วมกันของสกิล Bloodrage และ Blast Off นั้นก็โคตรเกรียนแตกที่สุดในสามโลกแล้ว ด้วยความสามารถด้านการสร้างความเสียหายแก่เป้าหมายได้ถึง 300 หน่วยตั้งแต่เลเวลที่ 1 นั่นเอง